และแล้วลมหนาวก็พัดผ่านเข้าสู่ประเทศไทยได้ในที่สุด หลังจากถูกลมมรสุมดันเอาไว้ได้ระยะหนึ่ง อันที่จริงแล้วหากเป็นในสมัยก่อน บ้านเราจะเริ่มหนาวประมาณปลายเดือนตุลาคม เพราะจำได้ว่าตอนเด็กเวลาไปไหว้พระบรมรูปทรงม้าในวันปิยมหาราช ต้องหาผ้าพันคอไปด้วยทุกครั้ง
เมื่อเมืองขยายขึ้น ผู้คนอยู่หนาแน่น แต่ละหลังก็จะติดตั้งเครื่องปรับอากาศเอาไว้ ยังไม่นับการหุงต้มภายในบ้านซึ่งทุกอย่างล้วนแล้วแต่เพิ่มความร้อนให้กับโลกทั้งนั้น รวมถึงบรรดาตึกระฟ้าที่นิยมติดตั้งกระจกทั้งอาคาร เวลาแสงแดดส่องลงมากระทบ มันจะสะท้อนกลับขึ้นไปในท้องฟ้าอีกครั้งรวมทั้งความร้อนด้วย
นี่ยังไม่พูดถึงโรงงานทั้งหลาย เตาเผาขยะ การเผาทุ่งหญ้าในช่วงปลายปี ทุกอย่างล้วนเพิ่มอุณหภูมิให้กับโลกทั้งนั้น ไม่แปลกหรอกที่ฤดูกาลมันจะเปลี่ยนแปลงไป ช่วงระยะเวลาของฤดูหนาวหดสั้นลงในขณะที่ฤดูร้อนยาวนานขึ้น พอถึงหน้าฝนเราจะถูกกระหน่ำด้วยพายุที่รุนแรงมากขึ้นทุกปี
บางครั้งพอได้ยินคนบ่นว่าโลกวิปริต อยากจะบอกเหลือเกินว่า โลกเหมือนเดิมทุกอย่าง แต่มนุษย์ต่างหากที่ทำให้ทุกอย่างผิดเพี้ยนไป
จะคุยเรื่องลมหนาวกลับไพล่ไปเรื่องวิกฤตโลกร้อนไปเสียอย่างนั้น เคยคิดเหมือนกันนะว่าจะเขียนนิยายเกี่ยวกับภาวะโลกร้อนทำให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในโลกคู่ขนานต้องหาทางแก้ไขก่อนที่ดาวเคราะห์สีน้ำเงินแสนสวยนี้จะเปลี่ยนไป แต่มีบางกลุ่มคิดว่า พวกเขาควรทำอะไรดีระหว่างทำลายเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งหมด หรือลดความเจริญด้านอารยธรรม แต่พล็อตแบบนี้ต้องแน่นข้อมูลมากๆ แฟนตาซีใช่ว่าสักแต่จะเขียนอะไรลงไปก็ได้ กว่าจะวางเรื่องดึงทุกอย่างให้เกี่ยวเนื่องกันเล่นเอาปวดหัว แต่ก็นะ งานแบบนี้คนนิยมอ่านน้อยกว่าพวกลอกเกมส์ การ์ตูนแยะ
ช่างเถอะ มาว่ากันเรื่องลมหนาวดีกว่า
เนื่องจากบ้านมูนนี่อยู่เขตชานเมือง ดังนั้นอากาศจึงค่อนข้างดี แถมเป็นที่โล่ง พอถึงฤดูหนาวทีไรลมจะแรงมาก แถมอากาศยังเย็นดีซะด้วย เหมาะแก่การงัดเสื้อหนาวสวยๆมาใส่มาก
ที่ชอบอย่างหนึ่งก็คือเมือ่เปลี่ยนฤดู ทุกอย่างรอบตัวก็มีการเปลี่ยนแปลง อย่างสวนผักที่มีอยู่ดาษดื่นในแถบนั้นต่างเริ่มปรับหน้าดิน เพื่อเตรียมลงพืชผลในรุ่นต่อไป
ชมภาพกันหน่อย ถ่ายจากกล้องมือถือคงไม่แจ่มเท่าไหร่นัก แต่สะดวกเวลาไปไหนมาไหนเจออะไรก็บันทึกได้ทันที
เชื่อไหมว่าในสองสามวันแรกอากาศเย็นจัดจนนกต้องลงมาอาบแดดกัน ที่มากที่สุดเห็นจะเป็นนกเขาเล็ก บางครั้งมากันทั้งครอบครัวผลัดกันไซ้ขนระหว่างอาบแดด เห็นแล้วน่ารักดี
รูปเล็กไปนิดเพราะเขามาเกาะรั้วบ้าน ต้องแอบที่จากด้านในแล้วซูม กลัวเขาตกใจ
ตอนเช้าอากาศดี มูนนี่มักพาเงินยวง สุนัขยอร์คเชียที่เลี้ยงไว้ไปเดินเล่นที่สนามของหมู่บ้าน ช่วงนี้ต้นไม้บางชนิดเริ่มผลัดใบ เวลามันร่วงพรูลงจากต้นตอนลมพัดเป็นภาพที่น่าดูมาก ใบนี้ดูเหมือนจะมาจากต้นตะแบก เห็นรูปทรงกับรูปแบบแล้วถูกใจเลยบันทึกภาพเก็บไว้ เสียดายที่เป็นกล้องจากมือถือเลยไม่สวยเท่าไหร่นัก
ทางหมู่บ้านได้สร้างพระพุทธรูปไว้กลางสนามด้วย หนึ่งเพื่อให้ผู้คนได้สักการะบูชา สองเพื่อความเป็นสิริมงคลและสาม เพื่อเตือนใจวัยรุ่นชายหญิงที่มักจะมาทำอะไรกันในสนามตอนกลางคืนว่า ให้รู้จักเกรงใจพระเจ้ากันบ้าง พวก uppree
ตอนเดินผ่าน บรรยากาศเงียบสงบดี แถมมุมที่เห็นให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังเดินไปหาความสงบ เลยบันทึกภาพไว้
วันนี้พอแค่นี้ก่อนดีกว่า ขอไปเขียนนิยายเรื่องใหม่สักบท แอบโฆษณานิดว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการผจญภัย เรื่อง ศึกแม่มดมหัศจรรย์
edit @ 7 Nov 2009 09:03:06 by moonyforever
edit @ 7 Nov 2009 09:04:18 by moonyforever