เปิดตัวนิยายเรื่องนี้ในภาค กำเนิดนักล่า ตั้งแต่ปี 52 ซึ่งวางจำหน่ายราวๆเดือนกรกฏาคม และภาคสอง โรงงานมรณะปลายปีเดียวกัน หลังจากนั้นก็ห่างหายไปเนื่องจากเขียนภาคสามได้ช้ามาก ประกอบกับยอดขายที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยดีนัก สุดท้ายจึงตัดสินใจลงนักล่าฯภาคสามจนจบในเว็บไซด์หนึ่ง จากนั้นไม่นานก็ได้รับการสอบถามจากบก.ท่านหนึ่งว่าทำไมไม่พิมพ์ต่อ ซึ่งก็บอกไปตามตรง เธอจึงรับเรื่องไปเสนอเพราะชอบใจเนื้อหาเรื่องนี้มาก หลังจากอดใจรอฟังผลราวสองอาทิตย์ก็ได้รับคำตอบว่าผ่าน แต่ต้องเขียนให้จบ

 ได้ยินครั้งแรกดีใจและกลุ้ม เพราะนิยายวางไว้ทั้งหมด 5 ภาค แต่เวลาเขียนมีแค่ 3เดือนเท่านั้น เลยจำต้องหั่นออกหนึ่งเล่มให้เหลือแค่ 4 โดยภาคสุดท้ายมีชื่อว่า สัญลักษณ์เลือด

เมื่อส่งไปให้ทางสนพ.และได้รับคำอบว่าผ่านพิจารณา ดีใจมากถึงมากที่สุดเพราะเป็นอีกหนึ่งนิยายที่ตั้งใจเขียนมากๆ พิถึพิถันทั้งเนื้อหาและข้อมูล รักตัวละครทุกตัวไม่ว่าจะเป็นวลาร์ด ลูกครึ่งแวมไพร์ วูล์ฟ หนุ่มหมาป่า หรือคู่ปรับตัวร้ายอย่างไรซินและกีพาร์ด ยิ่งได้เห็นปกทั้งสองภาคแล้วยิ่งกรี๊ด เพราะผิดไปจากที่คิดมาก ภาคสามเป็นรูปวิคตอเรีย นักล่าสาวในขณะที่ภาคสี่เป็นสองพี่น้องตัวร้ายไรซินกับกีพาร์ด มันสุดยอดมาก

กำหนดวางจำหน่ายงานหนังสือ 29 มีนาคม 2013 นี้ที่บูธสนพ.สถาพร

ด้วยความที่เป็นคนวาดรูปไม่เอาไหน แถมรูปผู้หญิงวาดทีไรกลายเป็นกระเทยถึกทุกที เลยไม่ค่อยมีรูปนางเอกนิยายในแกล แต่ด้วยความที่โดนน้องๆจิกหลายครั้งว่าอยากเห็นคู่พระนางจากนิยายเรื่องเซ็นซู หลังจากวางโพสต์ไว้หลายแบบในที่สุดก็ลงตัวกับอันนี้
ฟูจิวาระ ฮารุคาเสะ กับยาสึฮิระ มิสึกิ ท่านหญิงแห่งโคะโตโระ ดีใจที่คราวนี้วาดหน้าผู้หญิงออกมาสวย
ฉากหลังเป็นปิศาจซึ่งใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงถึงจะลงสีเสร็จ ส่วนหางเสือด้านล่างคือเบียคโกะ เสือขาวเก้าหางมารร้ายแสนสวยของเรื่อง
ความจริงวาดไว้ตั้งแต่ยังเขียนเรื่องนี้ไม่จบ แต่ดันลืมไปเกือบสองปีวันนี้มารื้องานเก่าๆดูแล้วเจอเลยเอามาลงสีจนเสร็จ
ขุนพลกันโซเป็นแม่ทัพเมืองโคโตโระ และเป็นบริวารคนสำคัญที่ยาสึฮิระไว้วางใจ แต่เพราะความลุ่มหลงในตัวของท่านหญิงมิสึกิ ธิดาของยาสึฮิระ ทำให้กันโซยอมร่วมมือกับปิศาจและทำสิ่งที่ชั่วร้ายเพียงเพื่อให้ได้นางอันเป็นที่รักมาครอง
เพราะความที่ชอบนิยายแฟนตาซี แม้ตอนนี้ตลาดแนวนิยายเวทมนตร์ผจญภัยจะซบเซาแต่ก็ยังอดเขียนแบบนี้ไม่ได้ ก็อ่านมาตั้งแต่เด็กนี่นา มันเป็นเรื่องฝังใจไปแล้วล่ะ
ที่กำลังวิ่งอยู่ในหัวตอนนี้คือ ผลึกวิญญาณมังกร ซึ่งเป็นแนวพ่อมด จอมเวท อาคม มนตรากับการหักหลังและการเดินทางกึ่งผจญภัย อาจจะเป็นแนวซ้ำซากสำหรับบางคนแต่สำหรับเราแล้วนิยายแบบนี้มันเหมือนได้ร่วมเดินทางไปกับตัวละคร ได้ต่อสู้กับปิศาจเจอกับโลกที่แตกต่างไปจากชีวิตจริง
ตัวละครนำในเรื่องนี้มีหลายคนอันได้แก่ โซลแดท หัวหน้าราชองครักษ์แห่งอัลเมอเรียที่เคยลงรูปเขาไปเมื่อครั้งก่อน ราเชน โหรหนุ่มฝึกหัดจอมกวน เบอร์ทินาหลานสาวโซลแดทที่ร่าเริงแจ่มใสมองโลกในแง่ดี แต่ที่ขาดไม่ได้คงจะเป็นพระเอกซึ่งเป็นจอมเวทนาม อาเซอร์บัส
Acerbus มาจากภาษา Latin มีความหมายว่าความมืด Dark ที่ตั้งชื่อให้เขาแบบนี้เพราะเป็นพวกใช้พลังเวทสายดำ ซึ่งเป็นพลังต้องห้ามของเหล่าจอมเวททั้งปวง แถมนิสัยของอาเซอร์บัสที่ออกแนวเฉยชา ไม่สนใจใครและโหดในบางครั้ง เลยทำให้เขาหมือนตัวร้ายมากกว่าพระเอก
Acerbus

มันตราพันธนาการ

posted on 17 Jun 2011 08:56 by moonyforever in MyArt
นิยายที่เขียนมาเกือบสามปีแล้ว แต่เพราะติดเรื่องอื่นเลยวางไว้ ตอนนี้อยากจะเขียนให้จบเลยเอามาอ่านทวนแทบช็อคเพราะภาษาแย่แถมเขียนได้กระโดดมาก อารมณ์ตัวละครแทบไม่มีเลย
ผลคือ ต้องรีไรท์ใหม่ทั้งหมด เกือบสองร้อยหน้า
เคยวาดตัวละครนิยายเรื่องนี้ไว้เหมือนกัน แต่เป็นแบบเดี่ยวๆและคนละรูปเดียวเท่านั้น พอจะองเอาไปลงในตาเว็บต่างๆก็ต้องมีรูปแปะหน้า เลยวาดตัวละครรวมทั้งหมดในเรื่อง ออกมาได้แบบนี้
จากล่างสุด กิลกาเมช แม่ทัพเอลฟ์จากเออร์ไอเด็น หนุ่มผมดำ เซรัค นักรบรับจ้าง ส่วนคนในชุดเขียวเป็นสาวชาวบ้านป่า เลเบน หมาป่าขนสีเทาผู้จิกกัดเหน็บแนมคนอื่นได้ตลอดเวลา บาร์ค เหนือขึ้นไปเป็นหัวขโมย ฮัมเมล และคนผมทองด้านบนสุดคือเทพอสูร โลกิ
โลกิถูกเทพธอร์ล่ามไว้ใต้ดินโทษฐานที่เป็นต้นเหตุให้เทพบัลเดอร์ถูกฆ๋าตาย แต่มีหรือที่เทพผู้มากด้วยเล่ห์จะยอม หลังจากทนอยู่ในสภาพนั้นหลายร้อยปีในที่สุดพลังของเขาก็กลับคืนมาได้ส่วนหนึ่งแต่การจะหลุดจาก มันตรา พลังที่กักขังเขาไว้จะต้องมีกุญแจเลือดทั้งห้ามาปลดปล่อย โลกิจึงสร้างร่างจำแลงขึ้นมาและส่งออกไปตามล่าคนทั้งห้าเพื่อนำมาปลดพันธนาการของตน

มันตราพันธนาการ 

 

ลมหายใจของเอลฟ์ หยาดเลือดของมนุษย์ ความตายของเทพ วิญญาณของยักษ์  

และมนตร์จากโอษฐ์ของผู้ไร้ชีวิต คือกุญแจปลดปล่อยเจ้าให้เป็นอิสระ 

จงทรมานอยู่กับทัณฑ์ที่ไม่มีวันหลุดพ้นนี้ไปตลอดกาลเถิด อสูรเทพโลกิ   

 

--------------------------------------------------------------------------- 

edit @ 17 Jun 2011 09:11:27 by moonyforever