เมื่อลมหนาวเริ่มมาเยือน

posted on 07 Nov 2009 08:33 by moonyforever  in Talkto

และแล้วลมหนาวก็พัดผ่านเข้าสู่ประเทศไทยได้ในที่สุด หลังจากถูกลมมรสุมดันเอาไว้ได้ระยะหนึ่ง อันที่จริงแล้วหากเป็นในสมัยก่อน บ้านเราจะเริ่มหนาวประมาณปลายเดือนตุลาคม เพราะจำได้ว่าตอนเด็กเวลาไปไหว้พระบรมรูปทรงม้าในวันปิยมหาราช ต้องหาผ้าพันคอไปด้วยทุกครั้ง

เมื่อเมืองขยายขึ้น ผู้คนอยู่หนาแน่น แต่ละหลังก็จะติดตั้งเครื่องปรับอากาศเอาไว้ ยังไม่นับการหุงต้มภายในบ้านซึ่งทุกอย่างล้วนแล้วแต่เพิ่มความร้อนให้กับโลกทั้งนั้น รวมถึงบรรดาตึกระฟ้าที่นิยมติดตั้งกระจกทั้งอาคาร เวลาแสงแดดส่องลงมากระทบ มันจะสะท้อนกลับขึ้นไปในท้องฟ้าอีกครั้งรวมทั้งความร้อนด้วย

นี่ยังไม่พูดถึงโรงงานทั้งหลาย เตาเผาขยะ การเผาทุ่งหญ้าในช่วงปลายปี ทุกอย่างล้วนเพิ่มอุณหภูมิให้กับโลกทั้งนั้น ไม่แปลกหรอกที่ฤดูกาลมันจะเปลี่ยนแปลงไป ช่วงระยะเวลาของฤดูหนาวหดสั้นลงในขณะที่ฤดูร้อนยาวนานขึ้น พอถึงหน้าฝนเราจะถูกกระหน่ำด้วยพายุที่รุนแรงมากขึ้นทุกปี

บางครั้งพอได้ยินคนบ่นว่าโลกวิปริต อยากจะบอกเหลือเกินว่า โลกเหมือนเดิมทุกอย่าง แต่มนุษย์ต่างหากที่ทำให้ทุกอย่างผิดเพี้ยนไป

จะคุยเรื่องลมหนาวกลับไพล่ไปเรื่องวิกฤตโลกร้อนไปเสียอย่างนั้น เคยคิดเหมือนกันนะว่าจะเขียนนิยายเกี่ยวกับภาวะโลกร้อนทำให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในโลกคู่ขนานต้องหาทางแก้ไขก่อนที่ดาวเคราะห์สีน้ำเงินแสนสวยนี้จะเปลี่ยนไป แต่มีบางกลุ่มคิดว่า พวกเขาควรทำอะไรดีระหว่างทำลายเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งหมด หรือลดความเจริญด้านอารยธรรม แต่พล็อตแบบนี้ต้องแน่นข้อมูลมากๆ แฟนตาซีใช่ว่าสักแต่จะเขียนอะไรลงไปก็ได้ กว่าจะวางเรื่องดึงทุกอย่างให้เกี่ยวเนื่องกันเล่นเอาปวดหัว แต่ก็นะ งานแบบนี้คนนิยมอ่านน้อยกว่าพวกลอกเกมส์ การ์ตูนแยะ

ช่างเถอะ มาว่ากันเรื่องลมหนาวดีกว่า

เนื่องจากบ้านมูนนี่อยู่เขตชานเมือง ดังนั้นอากาศจึงค่อนข้างดี แถมเป็นที่โล่ง พอถึงฤดูหนาวทีไรลมจะแรงมาก แถมอากาศยังเย็นดีซะด้วย เหมาะแก่การงัดเสื้อหนาวสวยๆมาใส่มาก

ที่ชอบอย่างหนึ่งก็คือเมือ่เปลี่ยนฤดู ทุกอย่างรอบตัวก็มีการเปลี่ยนแปลง อย่างสวนผักที่มีอยู่ดาษดื่นในแถบนั้นต่างเริ่มปรับหน้าดิน เพื่อเตรียมลงพืชผลในรุ่นต่อไป

ชมภาพกันหน่อย ถ่ายจากกล้องมือถือคงไม่แจ่มเท่าไหร่นัก แต่สะดวกเวลาไปไหนมาไหนเจออะไรก็บันทึกได้ทันที

เชื่อไหมว่าในสองสามวันแรกอากาศเย็นจัดจนนกต้องลงมาอาบแดดกัน ที่มากที่สุดเห็นจะเป็นนกเขาเล็ก บางครั้งมากันทั้งครอบครัวผลัดกันไซ้ขนระหว่างอาบแดด เห็นแล้วน่ารักดี

 

รูปเล็กไปนิดเพราะเขามาเกาะรั้วบ้าน ต้องแอบที่จากด้านในแล้วซูม กลัวเขาตกใจ

ตอนเช้าอากาศดี มูนนี่มักพาเงินยวง สุนัขยอร์คเชียที่เลี้ยงไว้ไปเดินเล่นที่สนามของหมู่บ้าน ช่วงนี้ต้นไม้บางชนิดเริ่มผลัดใบ เวลามันร่วงพรูลงจากต้นตอนลมพัดเป็นภาพที่น่าดูมาก ใบนี้ดูเหมือนจะมาจากต้นตะแบก เห็นรูปทรงกับรูปแบบแล้วถูกใจเลยบันทึกภาพเก็บไว้ เสียดายที่เป็นกล้องจากมือถือเลยไม่สวยเท่าไหร่นัก

ทางหมู่บ้านได้สร้างพระพุทธรูปไว้กลางสนามด้วย หนึ่งเพื่อให้ผู้คนได้สักการะบูชา สองเพื่อความเป็นสิริมงคลและสาม เพื่อเตือนใจวัยรุ่นชายหญิงที่มักจะมาทำอะไรกันในสนามตอนกลางคืนว่า ให้รู้จักเกรงใจพระเจ้ากันบ้าง พวก uppree

ตอนเดินผ่าน บรรยากาศเงียบสงบดี แถมมุมที่เห็นให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังเดินไปหาความสงบ เลยบันทึกภาพไว้

วันนี้พอแค่นี้ก่อนดีกว่า ขอไปเขียนนิยายเรื่องใหม่สักบท แอบโฆษณานิดว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการผจญภัย เรื่อง ศึกแม่มดมหัศจรรย์

 

edit @ 7 Nov 2009 09:03:06 by moonyforever

edit @ 7 Nov 2009 09:04:18 by moonyforever

วันนี้บ้านพี่ได้มีโอกาสต้อนรับนิสิตแพทย์จุฬาฯซึ่งได้คุณพ่อของพี่เป็นอาจารย์ใหญ่ค่ะ
มากันทั้งหมดหกคน หญิงสอง ชายสี่


ตอนแรกนึกว่าน้องเขาคงนิ่งๆไม่พูดไม่จา แต่ปรากฏว่าทุกคนน่ารักมาก


น้องนิสิตแพทย์บอกว่าการมาเยี่ยมบ้านครอบครัวของผู้บริจาคร่างกายถือเป็นโครงงานหนึ่งซึ่งต้องทำ เพื่อเป็นการทำความรู้จักและแสดงความเคารพต่ออาจารย์ใหญ่ด้วย

พวกน้องๆมาถึงราวเก้าโมงครึ่ง ที่พี่ประทับใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ น้องเขามาแท็กซี่ค่ะ

ตอนแรกคิดว่าคงขับรถมากันเอง แต่พอเห็นแบบนั้นแล้ว ให้ความรู้สึกที่ดีมากจริงๆ ไม่รู้สิคะ เหมือนน้องกลุ่มนี้เขาตั้งใจที่จะศึกษาวิชาแพทย์มากกว่าค่านิยม แถมการพูดคุยก็น่ารัก ทั้งแสดงความคิดเห็นและรับฟังคุณแม่กับพี่พูดด้วย

พี่ต้องทำเบลอนะคะเพราะต้องสงวนสิทธิส่วนบุคคลของน้องๆ

ทุกคนนั่งพับเพียบเรียบร้อยและตั้งใจฟังคำสอนของแม่ แม้การนั่งแบบนี้จะเมื่อยมากจนพวกพี่สงสารบอกให้ขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้เถอะ แต่ทุกคนก็ยังยืนกรานที่จะนั่ง จากนั้นน้องก็มอบกระเช้าผลไม้และพระเกี้ยวคริสตัลให้คุณแม่ค่ะ

พี่ไม่แน่ใจว่คือพระเกี้ยวหรือเปล่า แต่คิดว่าใช่ ตอนเห็นนี่อึ้งเลยเพราะรู้ว่าของพวกนี้ค่อนข้างมีราคาแพง แค่มาเยี่ยมก็ดีใจมากพอแล้วไม่น่าเสียเงินซื้อของมาเลย

ตอนนี้พระเกี้ยวขึ้นไปอยู่หน้าหิ้งพระแล้วค่ะ

จากนั้นพี่ก็ให้คุณแม่มอบหนังสือไปประมาณห้าหรือหกเล่ม ไม่แน่ใจ แม่บอกว่าพี่เป็นคนเขียน ทุกคนทำหน้าแบบอึ้งหันมามองพร้อมกัน เห็นแล้วน่ารักเป็นธรรมชาติดี มีคนหนึ่งสนใจมากเพราะอยากเป็นนักเขียน แถมอ่านเชอร์ล็อค โฮล์ม ฉบับที่ อ.สายสุวรรณแปลด้วย แบบนี้คอเดียวกัน

น้องๆคนอื่นก็คุยเรื่องที่ถนัดและมีการสัมภาษณ์น้องสาวพี่เรื่องความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริจาคร่างกายรวมทั้งมุมมองและความรู้สึกหากรู้ว่านิสิตหรือนักศึกษาไม่ให้ความเคารพร่างของอาจารย์ใหญ่ ซึ่งน้องสาวของพี่ก็ได้ให้ข้อคิดที่ดีไว้หลายข้อเลยล่ะ

จากนั้นก็ทานของว่างกับน้ำหวาน ระหว่างนั้นพี่ก็กรอกเอกสารการบริจาคร่างกาย สรุปคือวันนี้ครอบครัวพี่บริจาคร่างกายกันทุกคนเพราะประทับใจน้องนิสิตกลุ่มนี้มาก ทุกคนมีความสุภาพ อ่อนน้อม ให้เกียรติและเคารพผู้อื่น มีความตั้งในใฝ่เรียนกันอย่างจริงจังไม่ได้ทำท่า ข้าคือหมอ เลยสักนิด

ที่บริจาค ไม่ได้กลัวหรือคิดเลยว่าชาติหน้าเราจะมีอวัยวะไม่ครบ เพราะพี่คิดว่าหากเป็นอย่างนั้นจริงก็น่าจะมากจากบาปที่เรากระทำในชาตินี้ต่างหาก การบริจาคร่างกายถือเป็นกุศลสูงสุดเพราะเราละทิ้งสังขารอันเสมือนเป็นสิ่งยึดติดสำคัญ ละความวุ่นวายยุ่งเหยิงอันจะเกิดยามรุ่นลูกหลานต้องมาจัดเตรียมงานให้ ที่สำคัญแพทย์จะได้ใช้ร่างกายของเราในการศึกษาเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้อื่นให้รอดชีวิต นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุด

ทุกวันนี้นิสิต นักศึกษาแพทย์อีกหลายสถาบันยังขาดแคลนอาจารย์ใหญ่ หากใครละสิ่งติดยึด ละยศฐาบรรดาศักดิ์ ละกิเลสทั้งหลายได้อย่างแท้จริงแล้ว มาบริจาคร่างกายกันเถอะค่ะ เพราะนี่เป็นการกระทำซึ่งได้กุศลสูงที่สุด

 

edit @ 2 Nov 2009 08:07:27 by moonyforever

ฮาโลวีนกับเขาหน่อย

posted on 30 Oct 2009 08:40 by moonyforever  in Talkto

นั่งดูพวกเว็บบอร์ดกับข่าวบันเทิงเห็นเด็กๆคึกคักเรื่องวันฮาโลวีนแล้วนึกอยากจะย้อนตัวเองกลับไปซัก15ปี สมัยเราเป็นวัยรุ่นไม่มีเทศกาลแบบนี้หรอก หรือถึงมีก็เป็นกลุ่มชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเมืองไทยมากกว่า ออกจากบ้านก็มักไปกับครอบครัวซึ่งไม่พ้นดูไฟประดับวันเฉลิมกับลอยกระทง

แต่ถึงจะอายุค่อนข้างมากฃนิดพ้นวัยรุ่นตอนปลายไปไกลโข แต่ความรักสนุกก็ยังคงมีอยู่ มีหลายครั้งที่แต่งคอสไปแจมกับเด็กๆ ใครจะมองยังไงไม่สนใจหรอก ช่วงชีวิตมนุษย์มันสั้นนัก ขอสิ่งที่เราชอบดีกว่า อย่างน้อยก็ไม่ไปสร้างความเดือดร้อนรำคาญใจให้กับใคร

กลับมาที่ฮาโลวีนอีกครั้ง บางคนก็กระแนะกระแหนว่าเห่ออะไรกับงานปล่อยผีของฝรั่งแล้วงัดงานประเพณีไทยขึ้นมาอวดภูมิประชดประชัน โดยส่วนตัวไม่คิดว่าเด็กจะบ้าเห่อ แต่เขาสนุกในเทศกาลนั้นและบางคนก็รู้ที่มาของประเพณีเหล่าดี แทนที่จะไปด่าทอต่อต้าน เราหันมาปรับประเพณีบางอย่างให้ทันสมัยขึ้นจะดีกว่าไหม ไม่ใช่ตะบี้ตะบันอนุรักษ์นิยมโดยปล่อยให้วัฒนธรรมชาติกลายเป็นของคร่ำครึจนเด็กรุ่นใหม่พากันเมิน

มูนนี่มีหลานสาวน่ารักแค่คนเดียว สอนให้เขาเข้าใจทุกอย่างด้วยเหตุผล ไม่มีการปิดบังข้อมูล ถามอะไรก็หาคำตอบที่เหมาะกับวัยเขามาอธิบาย ชนิดสอนให้เขารู้จักเล่นกรรไกรตั้งแต่สามขวบ บางคนอาจจะคิดว่าบ้าไปแล้ว ก็คงใข่แต่อย่าลืมว่าวิสัยเด็กยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ ยังไงเขาก็หาทางแอบเล่นจนได้ วิธีสอนเขาให้ใช้ก็ไม่มีอะไร จับกรรไกรมาหนีบเนื้อเขาเบาๆแล้วถามว่าเจ็บไหม จากนั้นค่อยอธิบายว่านี่แหละคือสาเหตุที่ป้าไม่ให้เล่น เพราะเราต้องระวังให้มากๆ ตั้งแต่นั้นเขาก็ใช้กรรไกรอย่างระวัง

สิ่งเดียวที่ไม่เคยให้หลานหัดก็คือมีดโกนกับคัตเตอร์ เราเฉือนของหนาๆให้เขาดูและบอกว่ายังไม่ถึงเวลาเท่านั้นเอง

กลับมาที่ฮาโลวีนอีกครั้ง โรงเรียนพิเศษของหลานอนุญาตให้เด็กๆแต่งตัวแบบฮาโลวีนไปเรียนได้ซึ่งหลานเองก็ตื่นเต้นมาก ประกอบกับอาคนสวยที่อยู่ต่างประเทศส่งชุดมาให้จากลอนดอน ทำให้แป้งร่ำตื่นเต้นเป็นทวีคูณรีบมาบ้านย่าตั้งแต่ไก่ยังไม่ขัน ก็ช่วยกันอาบน้ำแต่งหน้าแต่งตัวให้เขา ออกมาน่ารักทีเดียว

 

ชุดไม่ต้องหรูหรามากเพราะเด็กมีความน่ารักในตัวอยู่แล้ว ถ้ามีเวลาก็มักจะพาหลานสาวคนนี้ไปงานคอสต่างๆซึ่งเขาชอบมาก เพราะได้แสดงออก ได้แต่งตัวแต่อยู่ในความดูแลของเราตลอดเวลา ดีกว่าให้ไปนั่งกองหน้าคอมพิวเตอร์เล่นเกมส์หรือดูแต่การ์ตูน

ส่วนตัวป้าไปซ่าที่ไหนไม่ได้เพราะต้องเร่งทำงาน เลยทำได้แค่วาดรูปไปแปะตามบอร์ดให้เข้ากับเทศกาลเท่านั้น ซึ่งตัวหนูน้อยก็ไม่พ้นมาจากตัวละครในนิยายของตัวเองนั่นก็คือ วลาร์ดกับวูล์ฟ เพียงแต่วาดให้พวกเขาเป็นเด็กเท่านั้น หลานสาวเห็นแล้วชอบมาก บอกให้ไปทำเป็นลายหมอนที่เขาอยากได้ให้ด้วย

เว็บบอร์ดที่นำไปแปะก็ที่ http://gayamoony.deviantart.com/ 

กับ www.fantasygaya.com 

และถ้าใครชอบรูปแบบ ลองแวะไปดูที่นี่ได้ค่ะ

http://www.siamnethost.com/

edit @ 30 Oct 2009 09:06:13 by moonyforever

meeting ชาวเว็บในงานหนังสือ

posted on 25 Oct 2009 11:53 by moonyforever  in Talkto

ตั้งใจว่าจะเขียนตั้งแต่วันจันทร์แต่ดันไม่สบายซะก่อน คงเพราะไปนั่งในห้องแอร์ติดกันถึงสองวันอาการหวัดเลยถามหา งานนี้อัดยาติดกันสามวันถึงจะค่อยยังชั่วโงหัวขึ้นมาทำงานต่อได้

วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม ต้องไปยืนที่บูธสนพ.ตะวันส่องกับแมวดวงจันทร์(คนที่เขียนเรื่องแฟรงเคน) เลยถือโอกาสจัดมีตติ้งเล็กๆของชาว fantasygaya หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า ชาวกาย่า ซึ่งมักจะนัดพบปะพูดคุยกันเป็นประจำทุกงานหนังสือ

การมีตติ้งก็ไม่มีพิธรีตองอะไรมาก ไปเจอก็นั่งคุยกัน เล่นสนุกสนานเฮฮาหาเรื่องมาเล่าสู่กันฟัง บางคนก็นำของเล็กๆน้อยๆมาแจกอย่างกระต่ายกับเต่าที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นยังอุตส่าห์มีของติดมือติดไม้มาฝากชาวกาย่า ส่วนน้องเบนซ์ก็อุตส่าห์สละเวลาวาดรูปมามอบให้ทุกคน สาวน้อยหน้าซาละเปาทัชชี่ก็มีสร้อยเล็กๆมาแจก ส่วนตัวมูนนี่เองคราวนี้ไม่ได้ทำอะไรเพราะร้านรับสั่งทำของที่ระลึกประจำย้ายไปไหนแล้วไม่รู้ เลยได้แต่หอบรูปวาดของตัวเองกับของที่สะสมส่วนตัวอย่างเช่นตุ๊กตา ฟิกเกอร์ พวงกุญแจไปให้น้องๆ ที่พิเศษสุดเห็นจะเป็นเสือ นักวาดปกของสถาพรที่มีผลงานจากลาสแฟนตาซี ได้รับสมุดภาพ Heise เป็นของขวัญวันเกิด

เพราะสีประจำเว็บกาย่าคือสีเขียว ทุกคนจึงร่วมใจกันใส่เสื้อเขียวมา ซึ่งก็ได้รับการอภินันทนาการจาก ดาว สาวสวยที่อุตส่าห์เดินทางมาจากอุดรเพื่อการนี้โดยเฉพาะ

ชาว fantasygaya

อีกมุมหนึ่ง กำลังแลกของที่นะลึกกันอย่างสนุกสนาน

รูปวาดที่น้องเบนซ์นำมาแจกสมาชิก เป็นตัวแทนของแต่ละคน

มูนนี่ได้รูปคันดะ น่ารักมากมาย

 

 

ที่เป็นรูปงูเพราะในกาย่า มูนนี่มีอีกฉายาหนึ่งว่า คอนด้า ซึ่งย่อมาจากอนาคอนด้า ที่ถูกเรียกแบบนี้เพราะหางเปียที่ยาวจนคล้ายงู

วันที่ 18 ไปงานมีตติ้งห้องแชทสถาพรซึ่งมีน้องปุ้ยเป็นแม่งาน มีการแจกรางวัลเด็กๆเป็นหนังสือของนักเขียนท่านอื่น เลยนำนักล่าแห่งรัตติกาลไปร่วมสนุกกับเขาด้วย

ตอนแรกที่ทุกคนเห็นมูนนี่ตัวจริง นั่งก้มหน้าตัวแข็งเหมือนไม่กล้าเล่น พอหลุดความรั่วไปได้หน่อย คราวนี้เล่นกันกระจาย เฮฮาน่ารักมาก แต่ละคนมีมุขเด็ดๆขำกลิ้งโดยเฉพาะปุ้ยที่ดูเหมือนจะเป็นแกนหลัก

ถ่ายรูปร่วมกันหน้าสตาร์บัค เป็นมุมยอดนิยมของคนที่มางานเลยก็ว่าได้

งานหนังสือครั้งหน้า เราก็จะมีตติ้งที่แสนสนุกสนานแบบนี้จะกลับมาอีกครั้ง คราวนี้มูนนี่คิดว่าจะให้ชาวกาย่าแต่งคอสเพลย์ตัวละครจากนิยายตัวเอง ใครคอสได้สวยถูกใจ รับรางวัลไปได้เลย

เข้าไปเที่ยวชมเว็บของมูนนี่กันได้นะคะ ขอบอกก่อนว่าถึงจะดูรั่วในหน้าสนทนา แต่สำหรับหน้าอื่นจะเต็มไปด้วยเนื้อหาสาระและเทคนิคการวาดภาพ เขียนนิยายจากผู้ที่มีประสบการณ์กรุณามาแนะนำ

หากคิดว่าทนรับความความรั่วแบบไร้ขอบเขตได้ ติดต่อขอรหัสเข้าเป็นสมาชิกทางเมล์ของมูนนี่ค่ะ

www.fantasygaya.com

ยินดีต้อนรับสู่ปฐพีแห่งจินตนาการ 

edit @ 26 Oct 2009 09:11:27 by moonyforever

อาทิตย์ก่อนได้รับการติดต่อจากบก.ของพิมพ์คำแมกว่าถึงคิวลงบทสัมภาษณ์ในนิตยสารพิมพ์คำแมก ซื่งเป็นนิตยสารออนไลน์ของพิมพ์คำ พร้อมคอลัมภ์หนึ่งในใจซึ่งเป็นการบอกเล่าถึงหนังสือที่ชื่นชอบ ที่แปลกใจเล็กน้อยคือให้วาดตัวละครประกอบนิยายเรื่องยมทูตซึ่งเป็นแฟนตาซีเรื่องเดียวในนิตยสาร เลยรีบเขียนบทสัมภาษณ์และหนึ่งในใจ ส่วนรูปต้องลงมือในวันถัดมา

ที่ขาดไม่ได้ก็คือ บทที่ห้าของนิยายเรื่องยมทูต ซึ่งส่งล่าช้ากว่ากำหนดมากจนบก.ต้องออกปากทวง

ทั้งที่น่าจะเขียนไปได้มากกว่านี้แต่เพราะที่บ้านเกิดคึกอยากต่อเดิมซ่อมแซมขึ้นมา เลยอารมณ์เสียอย่างหนักเพราะต้องเฝ้าช่าง ไหนจะฝุ่น เสียง สารพัด งานทุกอย่างหยุดชะงักเป็นอาทิตย์ กว่าจะต่อติดคงใช้เวลาอีกหลายวัน ทั้งที่โปรแกรมงานคือเรื่องศึกวนาลัยต้องเสร็จภายในเดือนนี้แท้ๆ ทุกอย่างต้องเลื่อนไปหมดเลย

ออกนอกเรื่องไปนิด มันอัดอั้นตันใจมากพอๆกับงานที่แม้จะตั้งใจเขียนแต่ไปได้แค่นี้ ก็อยากเขียนนิยายในแนวของตัวเอง ไม่บ้าไปกับกระแสเกมส์ การ์ตูนนี่นา บ่นไปก็เท่านั้น ทำงานให้ดีที่สุดคงพอ จะอยู่หรือดับก็ว่ากันไปอีกเรื่อง

กลับมาที่บทสัมภาษณ์อีกครั้ง ก็เป็นคำถามธรรมดาทั่วไปเช่น ทำไมถึงใช้นามปากกานี้ มีวิธีหาข้อมูลยังไง ถ้าเราได้เข้าไปอยู่ในโลกแฟนตาซีแล้วจะเลือกไปที่ไหนและมีอะไรฝากนักอ่านบ้าง ส่วนมากก็ตอบไปตามที่คิด มีข้อคิดเล็กน้อยพอมีสาระและหยอดมุกสนุกบ้างพอไม่ให้น่าเบื่อเกินไป แต่ที่ลำบากใจก็คือภาพถ่ายตัวเอง

ก็นะ ส่วนใหญ่มักทำหน้าที่เป็นตากล้อง รูปตัวเองเลยน้อยมากแถมไกลสุดกู่ขนิดต้องใช้แว่นขยายส่องถึงจะมองเห็น เอายังไงล่ะทีนี้

เลยตกลงใจชวนน้องไปที่สวนหมู่บ้าน โชคดีที่เพิ่งตัดแต่งสนามเสร็จเลยออกมาสวย แถมแดดกำลังดีด้วย ถ่ายกับหนังสือโปรด แอ็คท่าเดี่ยวสองสามภาพและอุ้มเงินยวง หมาสุดรักเผื่อได้โชว์กับเขาบ้าง

ปรากฏว่าหมาน้อยน่ารักกว่าเจ้าของ

เข้าไปอ่านบทสัมภาษณ์ที่จริงจังกว่าเขียนบล็อคได้ที่ พิมพ์คำแมก

http://www.satapornbooks.com/pimkhammag/Home/Home.aspx#

 แถมรูปกันสักหน่อย

เพิ่งหัดเล่นทวิตเตอร์ เข้าไปทักทายกันด้วยนะคะ

http://twitter.com/moonychadaporn